karuda
สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร

ตราไว้ ณ วันที่ 11 ตุลาคม พุทธศักราช 2540
เป็นปีที่ 52 ในรัชกาลปัจจุบัน


         ศุภมัสดุ พระพุทธศาสนกาล เป็นอดีตภาค 2540 พรรษา ปัจจุบันสมัย จันทรคตินิยม พฤษภสมพัตสร อัสสยุชมาสศุกลปักษ์ ทสมีดิถีสุริยคติกาล ตุลาคมมาส เอกาทสมสุรทินโสรวาร โดยกาลบริเฉท
         พระบาทสมเด็จ พระปรมินทร มหาภูมิพล อดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกาศว่า โดยที่ประเทศไทย ได้มีรัฐธรรมนูญ ประกาศใช้เป็นหลัก ในการปกครองประเทศ ตามระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข มาเป็นเวลา กว่า หกสิบห้าปีแล้ว ในช่วงระยะเวลาดังกล่าว ได้มีการยกเลิก และ แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ หลายครั้ง แสดงว่า รัฐธรรมนูญ ย่อมเปลี่ยนแปลงได้ ตามความเหมาะสม แห่งกาลเวลา และสภาวการณ์ ของบ้านเมือง รัฐธรรมนูญ จะต้องกำหนด กฎเกณฑ์สำคัญ ที่กระจ่างแจ้งชัดเจน สามารถใช้เป็นหลัก ในการปกครองประเทศ และ เป็นแนวทาง ในการจัดทำ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ และ กฎหมายอื่น ซึ่ง สอดคล้อง กับรัฐธรรมนูญได้ และ โดยที่ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2534 ซึ่ง แก้ไขเพิ่มเติม โดย รัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 6) พุทธศักราช 2539 ได้บัญญัติให้มี สภาร่างรัฐธรรมนูญ ขึ้น ประกอบด้วยสมาชิก ที่ได้รับเลือกตั้ง จากรัฐสภาจำนวน เก้าสิบเก้าคน มีหน้าที่ จัดทำ ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ ทั้งฉบับ เพื่อเป็นพื้นฐานสำคัญ ในการปฏิรูปการเมือง และ ได้ทรง พระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทาน กระแสพระราชดำรัส เพื่อเป็น สิริมงคลแก่การทำงาน ภายหลังจากนั้น สภาร่างรัฐธรรมนูญ ได้จัดทำ ร่างรัฐธรรมนูญ โดยมีสาระสำคัญ เป็นการส่งเสริม และ คุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ของประชาชน ให้ประชาชน มีส่วนร่วม ในการปกครอง และ ตรวจสอบ การใช้อำนาจรัฐเพิ่มขึ้น ตลอดทั้ง ปรับปรุงโครงสร้าง ทางการเมือง ให้มีเสถียรภาพ และ ประสิทธิภาพ ยิ่งขึ้น ทั้งนี้ โดยได้คำนึงถึง ความคิดเห็น ของประชาชน เป็นสำคัญ และ ได้ดำเนินการ ตามขั้นตอนที่บัญญัติไว้ ในรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2534 ซึ่ง แก้ไขเพิ่มเติม โดยรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 6) พุทธศักราช 2539 แล้วทุกประการ
        เมื่อ รัฐสภา ได้พิจารณา ร่างรัฐธรรมนูญที่ สภาร่างรัฐธรรมนูญ จัดทำขึ้น อย่างรอบคอบแล้ว ได้ลงมติ เห็นชอบ ให้นำ ร่างรัฐธรรมนูญ ขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย ให้ประกาศใช้เป็น รัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย สืบไป ทรงพระราชดำริว่า สมควรพระราชทาน พระบรมราชานุมัติ ตามมติของรัฐสภา จึงมีพระบรมราชโองการ ดำรัสเหนือเกล้าเหนือกระหม่อม ให้ตรา รัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับนี้ขึ้นไว้ ให้ใช้แทน รัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2534 ซึ่ง ได้ตราไว้ ณ วันที่ 9 ธันวาคม พุทธศักราช 2534 ตั้งแต่ วันประกาศนี้ เป็นต้นไป
         ขอปวงชนชาวไทย จงร่วมจิตร่วมใจ สมัครสโมสร เป็นเอกฉันท์ ในอันที่จะ ปฏิบัติตาม และ พิทักษ์รักษา รัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยนี้ เพื่อธำรงคงไว้ ซึ่ง ระบอบประชาธิปไตย และนำมา ซึ่ง ความผาสุกสิริสวัสดิ์ พิพัฒนชัยมงคล อเนกศุภผล สกลเกียรติยศสถาพร แก่ อาณาประชาราษฎร ทั่วสยามรัฐสีมา สมดั่ง พระบรมราชปณิธานปรารถนา ทุกประการเทอญ