onggarn
สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร
ตราไว้ ณ วันที่ ๒๔ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๐
เป็นปีที่ ๖๒ ในรัชกาลปัจจุบัน


            ศุภมัสดุ พระพุทธศาสนกาล เป็นอดีตภาค ๒๕๕๐ พรรษา ปัจจุบันสมัย จันทรคตินิยม สูกรสมพัตสร สาวนมาส ชุณหปักษ์ เอกาทสีดิถี สุริยคติกาล สิงหาคมมาส จตุวีสติมสุรทิน ศุกรวาร โดยกาลบริเฉท
            พระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหา ภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกาศว่า ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้นำความ กราบบังคมทูลว่า การปกครองของประเทศไทย ในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ได้ดำเนินวัฒนามากว่า เจ็ดสิบห้าปี ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ได้มีการประกาศใช้ ยกเลิก และ แก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญ หลายครั้ง เพื่อให้เหมาะสมแก่ สภาวการณ์ของบ้านเมือง และ กาลสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป และโดยที่ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย(ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๔๙ ได้บัญญัติให้มี สภาร่างรัฐธรรมนูญ และ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้น มีหน้าที่ จัดทำ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทั้งฉบับ สำหรับเป็น แนวทางการปกครองประเทศ โดยให้ประชาชน มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น อย่างกว้างขวาง ทุกขั้นตอน และ นำความคิดเห็นเหล่านั้น มาเป็นข้อคำนึงพิเศษ ในการยกร่าง และ พิจารณาแปรญัตติ โดยต่อเนื่อง
            ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับที่จัดทำใหม่นี้ มีสาระสำคัญ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ ร่วมกัน ของประชาชนชาวไทย ในการธำรงรักษาไว้ ซึ่ง เอกราชและความมั่นคงของชาติ การทำนุบำรุงรักษา ศาสนาทุกศาสนา ให้สถิตสถาพร การเทิดทูน พระมหากษัตริย์เป็นประมุข และ เป็นมิ่งขวัญของชาติ การยึดถือระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นวิถีทางในการปกครองประเทศ การคุ้มครอง สิทธิและเสรีภาพของประชาชน ให้ประชาชน มีบทบาทและมีส่วนร่วม ในการปกครอง และ ตรวจสอบ การใช้อำนาจรัฐ อย่างเป็นรูปธรรม การกำหนด กลไกสถาบันทางการเมือง ทั้ง ฝ่ายนิติบัญญัติ และ ฝ่ายบริหาร ให้มีดุลยภาพ และ ประสิทธิภาพ ตามวิถีการปกครอง แบบ รัฐสภา รวมทั้ง ให้ สถาบันศาล และ องค์กรอิสระอื่น สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ โดยสุจริตเที่ยงธรรม
            เมื่อ จัดทำ ร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว สภาร่างรัฐธรรมนูญ ได้เผยแพร่ ให้ประชาชนทราบ และ จัดให้มี การออกเสียงประชามติ เพื่อให้ความเห็นชอบแก่ ร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ การออกเสียงลงประชามติ ปรากฏผลว่า ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โดยเสียงข้างมาก ของผู้มาออกเสียงประชามติ เห็นชอบให้นำ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มาใช้บังคับ ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ จึงนำ ร่างรัฐธรรมนูญ ขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย เพื่อ ทรงลงพระปรมาภิไธย ให้ประกาศใช้เป็น รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย สืบไป ทรงพระราชดำริว่า สมควรพระราชทาน พระบรมราชานุมัติ ตามมติของมหาชน
            จึงมี พระบรมราชโองการ ดำรัสเหนือเกล้าเหนือกระหม่อม ให้ ตรารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับนี้ขึ้นไว้ ให้ใช้แทน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๔๙ ซึ่ง ได้ตราไว้ ณ วันที่ ๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๔๙ ตั้งแต่ วันประกาศนี้เป็นต้นไป
            ขอปวงชนชาวไทย จงมีความสมัครสโมสร เป็นเอกฉันท์ ในอันที่จะ ปฏิบัติตามและพิทักษ์รักษา รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยนี้ เพื่อธำรงคงไว้ ซึ่ง ระบอบประชาธิปไตย และ อำนาจอธิปไตย ของปวงชนชาวไทย และ นำมา ซึ่ง ความผาสุกสิริสวัสดิ์พิพัฒนชัยมงคล อเนกศุภผลสกลเกียรติยศสถาพร แก่ อาณาประชาราษฎร ทั่วสยามรัฐสีมา สมดั่ง พระบรมราชปณิธานปรารถนา ทุกประการ เทอญ